วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
@ Mobile @
void setup () { //เป็นการประกาศฟังก์ชั่นชื่อ setup โดย void ที่อยู่ข้างหน้าหมายถึงทำเฉพาะในฟังก์ชั่นไม่มีการเรียกค่ากลับ
size (500, 500); //เป็นการกำหนดขนาดของcanvas โดย size (ขนาดของแกนx, ขนาดของแกนy);
background (051, 000, 000); //เป็นการเพิ่มสีให้กับพื้นหลัง โดย background(สีแดง, สีเขียว, สีน้ำเงิน); ค่าของสีแต่ละตัวมีได้สูงสุดไม่เกิน 255 และต่ำสุดที่ 000
//variable เป็นบรรทัดที่จะมีการประกาศตัวแปร
int count = 0; //เป็นบรรทัดที่ประกาศ และกำหนดตัวแปร โดย int คือค่าของตัวแปรที่เป็นจำนวนเต็ม หลักการคือนำค่าทางด้านขวาของเครื่องหมาย = ไปใส่ให้ทางด้านซ้ายเรียกว่า Assingment Operator ในที่นี้หมายถึง นำ 0 ซึ่งเป็นจำนวนเต็ม ทางด้านขวาของเครื่องหมาย = ไปใส่ค่าให้กับตัวแปรทางด้านซ้าย คือตัวแปร count นั่นเอง
int n = 3; //ความหมายคือ นำ 3 ซึ่งเป็นจำนวนเต็ม ทางด้านขวาของเครื่องหมาย = ไปใส่ค่าให้กับตัวแปรทางด้านซ้าย คือตัวแปร n นั่นเอง
int x = 100;
int y = 20;
int z = 300;
int space = 100;
//draw Beam วาดแกนหรือคานของโมบาย
stroke (255, 000, 000); //คือคำสั่งเกี่ยวกับการเติมสีเส้น โดย stroke (ค่าของสีแดง, ค่าของสีเขียว, ค่าของสีน้ำเงิน);
strokeWeight (50); //เป็นการกำหนดความหนาของเส้น โดยstrokeWeight(ค่าความหนาของเส้น);
line (50, 80, 450, 80); //เป็นการสร้างเส้น โดย line (ค่าพิกัดจุดเริ่มของx, ค่าพิกัดจุดเริ่มของy, ค่าพิกัดจุดสิ้นสุดของx, ค่าพิกัดจุดสิ้นสุดของy);
line (250, 0, 250, 80);
//loop สามารถนำ while มาช่วยในการสร้าง loop ได้
while (count<=n) { //เป็นคำสั่ง while ซึ่งหลักการคือ ถ้าเงื่อนไขที่กำหนดเป็นจริงจะกระทำตามที่เราสั่งไว้ ไปเรื่อยๆ จะกว่าเงื่อนไขนั้นจะเป็นเท็จ รูปแบบการเขียนคือ while (เงื่อนไข){คำสั่ง} โดยในข้อนี้สามารถอธิบายได้ว่า ขณะที่ count น้อยกว่าหรือเท่ากับ ค่าของ n นั้น จะสั่งให้วาดเส้นตรงออกมาเรื่อยๆ ถ้าอยากให้หยุดเราต้องทำให้สถานะการณ์นี้เป็นเท็จ โดยเพิ่มค่าให้กับตัวแปร x และ count นั่นเอง
stroke (255, 255, 000);
strokeWeight (10);
line (x, y, x, y+z);
x = x+space; //เป็นการเพิ่มค่าให้กับตัวแปร x หมายความว่า x จะมีค่าเท่ากับ ค่าของตัวแปร x บวกกับค่าของตัวแปร space
count = count+1;
}
//draw small Circle Bead วาดลูกปัดลูกเล็ก
stroke (000, 000, 255);
strokeWeight (5);
Circle (100, 80, 10, 10); //เป็นการเรียกใช้ฟังก์ชั่นแบบ with parameter คือต้องกำหนดค่าเข้าไปในฟังก์ชั่นก่อนจึงจะทำงานได้ ผลที่ได้จะเปลี่ยนไปตามค่าที่กำหนด มีข้อดีคือถ้าต้องการเรียกใช้คำสั่ง
เหมือนกันหลายๆครั้ง วิธีนี้สามารถช่วยประหยัดเวลาในการเขียนได้ ส่วนในบรรทัดนี้เป็นการกำหนดค่า และเรียกใช้คำสั่งวาดวงกลมในฟังก์ชั่นชื่อ Circle นั่นเอง
Circle (200, 80, 10, 10);
Circle (300, 80, 10, 10);
Circle (400, 80, 10, 10);
//draw big Circle Bead วาดลูกปัดเม็ดใหญ่
stroke (153, 051, 153);
strokeWeight (5);
Circle (100, 250, 50, 10);
Circle (200, 250, 50, 10);
Circle (300, 250, 50, 10);
Circle (400, 250, 50, 10);
fill (255, 000, 102); //เป็นการเติมสีให้กับรูปร่างที่เราสร้าง โดยfill(ค่าของสีแดง, ค่าของสีเขียว, ค่าของสีน้ำเงิน);
Circle (100, 180, 50, 100);
Circle (200, 180, 50, 100);
Circle (300, 180, 50, 100);
Circle (400, 180, 50, 100);
//draw Square Bead วาดลูกปัดเม็ดสี่เหลี่ยม
stroke (051, 255, 000);
strokeWeight (5);
fill (255, 000, 051);
rect (75, y+z, 50, 80); //เป็นการสร้างรูปสีเหลี่ยม โดย rect (จุดเริ่มต้นของการวาดสี่เหลี่ยมตามแกนx, จุดเริ่มต้นของการวาดสี่เหลี่ยมตามแกนy, ค่าขนาดความกว้างตามแกนx, ค่าขนาดความกว้างตามแกนy, ค่าความโค้งมนของมุมสี่เหลี่ยมด้านบนซ้าย, ค่าความโค้งมนของมุมสี่เหลี่ยมด้านบนขวา, ค่าความโค้งมนของมุมสี่เหลี่ยมด้านล่างซ้าย, ค่าความโค้งมนของมุมสี่เหลี่ยมด้านล่างขวา);
rect (175, y+z, 50, 80);
rect (275, y+z, 50, 80);
rect (375, y+z, 50, 80);
} //เครื่องหมายนี้แสดงถึงการสิ้นสุดของฟังก์ชั่น Setup
void Circle (int c, int v, int b, int m) { //เป็นการประกาศฟังก์ชั่นชื่อ Circle โดย void ที่อยู่ข้างหน้าหมายถึงทำเฉพาะในฟังก์ชั่นไม่มีการเรียกค่ากลับ และเป็นแบบ functions with parameter คือดังที่กล่าวไว้ด้านบน
ellipse (c, v, b, m); //คือคำสั่งที่ใช้ในการวาดรูปทรงกลม หรือทรงรีก็ได้ โดย ellipse (ค่าxที่เป็นจุดศูนย์กลางวงกลม, ค่าyที่เป็นจุดศูนย์กลางวงกลม, ขนาดความยาวของวงกลมตามแกนx, ขนาดความยาวของวงกลมตามแกนy); ถ้าขนาดความยาวของวงกลมตามแกนx กับ ขนาดความยาวของวงกลมตามแกนy เท่ากันจะเป็นวงกลม แต่ถ้าไม่จะเป็นวงรี
}
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น